peripera fall collection🧸🍁

สวัสดีค่าทุกคน ห่างหายกันไปซะนานเลย วันนี้กลับมาแล้วค่า พร้อมกับมีของเล่นใหม่ จะมารีวิวให้ทุกคนได้ชมกันด้วย นั่นก็คือ เครื่องสำอางจาก peripera ค่า บอกเลยตื่นเต้นมาก แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เราชอบ และใช้มานาน ถ้าย้อนกลับไปหลายปีก่อน เราเคยรีวิว airy tint ของเขาด้วย

เอาหล่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่า ว่าคอลนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ซึ่งบอกเลยว่าเขามีทั้งพาเลทอายแชโดว์ โทนสีใหม่ รองพื้น คุชชั่น งานผิวครบเลยค่ะ ก็เดี๋ยวมาดูทีละตัวกันเลยนะ

เริ่มที่งานผิวเขาจะมี2ตัว เป็นรุ่น Double Longwear ซึ่ง ไลน์นี้เขาจะเน้นงานผิวที่ให้ความปกปิดแบบ full coverage ผิวเรียบเนียน แต่ยังคงเผยความเป็นงานผิวเกาหลี ฟินิชผิวจะไม่ได้แมท หรือ ฉ่ำ เกินไปค่ะ สามารถใช้ได้ในอากาศบ้านเราเลย แถมยังคุมมันและติดทน6-8ชม ก็ถือว่าค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ซึ่งไลน์นี้ตอบโจทย์ทุกสภาพผิวเลยค่ะ

ส่วนเฉดสีแอบน้อยไปหน่อย เราใช้เบอร์2ยังแอบ สว่างกว่าผิวไป แต่พอแต่งหน้าครบก็โอเคค่ะ ไม่เทา ไม่ลอย ถือว่าผ่าน! ซึ่ง เขาจะมีทั้งหมด2ตัวด้วยกันก็คือ รองพื้น กับคุชชั่น เดี๋ยวเราจะมาลองให้ดูทีละตัวนะคะ

Peripera Double Longwear Cover Cushion

คุชชั่นที่ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเนียน เป็นธรรมชาติ ช่วยปกปิด รอยดำ รอยแดงได้ดี ให้ฟินิชผิวดูฉ่ำวาว สุขภาพดี มีมิติ เนื้อบางเบา ติดทนนานเหมือนตัวรองพื้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวไม่ดูแห้ง

Peripera Double Longwear

รองพื้นที่ให้การปกปิดได้แบบ full coverage เนื้อนุ่ม สัมผัสบางเบา เกลี่ยง่ายมาก ฟินิชผิวยสวยกำลังดี ไม่ฉ่ำหรือแมทเกินไป ใช้ได้สบายๆในอากาศบ้านเรา ปกปิดดีมาก รอยแดง รอยสิวเอาอยู่ แถมยังติดทนนาน6-8ชม ไม่ดรอป ไม่เยิ้ม ไม่หนักผิว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ ไม่ระคายเคืองนะ

Peripera Pure Blushed Sunshine Cheek

บลัชออน โทนสีพาสเทล เป็นสีที่น่ารักสดใส สามารถใช้ได้ในทุกวัน เนื้อบลัชรถ่นนี้จะมีความบาง สามารถบิ้วล์เลเยอร์ ความอ่อน-เข้มได้ปัดยังไงก็ไม่ตูดลิงแน่นอน พิกเม้นต์เกาะผิวดี ติดทนนาน และไม่จับตัวเป็นก้อน!

แนะนำ3สีนี้เลย

03 AFTERNOOD RED สีแดงระเรื่อ ปัดแล้วให้ลุคแบบน่ารักสดใส ทานมะเขือเทศ10ลูกงี้🍅

04 Hazel Orange โทนส้มเหลือง พาสเทล

โทนสีใช้ง่าย เข้ากับผิวโทนเหลืองมาก ปัดแล้วได้ลุคนัวละมุน ดูเป็นสาวอบอุ่น

05 Dusky Rose สีแดงกุหลาบแห้ง โทนตุ่นๆ แต่ปัดแล้วผิวไม่หมองนะ สวยมากกกก ให้ลุคแบบฟีลหนาวเหมือนโดนหิมะมา เป็นอีกสีที่หลายๆคนน่าจะชอบ🥀

อันนี้เราปัดเบอร์04 hazel orangeนะคะ โทนส้มพาลเทล ละมุนๆ มีความติ่งน้ำตาล ให้ลุคนัวๆหนาวๆดีค่ะ

มาต่อกันที่

Peripera All take mood palette🍂

พาเลทแต่งตา มีให้เลือกถึง8เฉดสี มีทั้งเนื้อแมทต์ ชิมเมอร์ และกลิตเตอร์ เป็นโทนสีที่สามารถแต่งได้ในทุกวัน ครีเอทลุคปังๆได้สวยจบ ในพาเลตเดียว เนื้ออายแชโดว์นุ่ม เบลนด์ง่าย ขนาดกำลังดี พกพาสะดวก!

มาด้วยกัน2โทนสี

Burnt Breeze โทนแดงน้ำตาล ที่อินเทรนด์ในช่วงนี้เลย เป็นโทนสีที่มีความ สวยเก๋ไม่จำเจ แต่งออกมายังไงก็ปัง ไม่ว่าจะผิวขาว-สองสี-ผิวเข้ม ก็แต่งโทนนี้รอด ลุคเกาก็ได้ ฝอก็ดีนะ

Muteful Rose โทนชมพู อมม่วง เป็นสีสวยหวานละมุน มีความลูกคุณ ดูดีมากๆ สายหวานต้องเลิฟแน่นอน เป็นโทนที่แต่งได้ทุกโอกาส พาเลทนี่จะมีเนื้อกลิตเตอร์ เจลลี่ๆอยู่ด้วย วิ้งสวยมาก ปาดเดียวรู้เรื่อง!

สวอชรวมทั้ง2พาเลทค่ะ บอกเลยว่าโทนสีคอลนี้ดีมาก แล้วมีทั้งเนื้อ แมท ชิมเมอร์ กลิตเตอร์ครบเลยค่ะ เรื่องพิกเม้นต์ไม่ผิดหวังเลย สำหรับเพอริเพอร่า เป็นแบรนด์เกาที่ทำเนื้ออายแชโดว์มาได้ดีมากๆ แน่น สมูท ใช้งานง่าย แถมโทนสียัง อินเทรนด์ ถูกใจหลายๆคนแน่นอนค่ะ💖
อันนี้เป็นลุคโดนรวม ที่เราแต่งจากคอลนี้ทั้งหมดนะคะ เป็นโทนส้มน้ำตาล-แดง ให้ฟีลวินเทอร์นิดๆ แต่งไม่ยากเลย แถมโทนสีเข้ากันดี๊ดีค่ะ ชอบมากก

ก็จบเรียบร้อยแล้วค่า สำหรับรีวิวในวันนี้ เป็นยังไงกันบ้างคะ แอบเล็งชิ้นไหนไว้มั้ย ใครลังเลตัวไหนอยู่ ลองอ่านรีวิว ประกอบการตัดสินใจดูนะ

สำหรับวันนี้ก็มารีวิวเเพียงเท่านี้นะคะ เดี๋ยวเราจะทิ้งรายละเอียด ช่องทางการสั่งซื้อไว้ให้น้า เผื่อใครสนใจ จะได้ไปตามถูก สำหรับวันนี้ของคุณทุกคนมากๆเลยที่เข้ามาอ่านรีวิวของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ บะบาย💖

พิกัดสั่งซื้อ
Ig : peripera_thailand
Fb : Peripera Thailand

รีวิวbbซอง7-11 3แบรนด์ฮิตตัวไหนปังที่สุด?!

สวัสดีค่าสาวๆ กลับมาพบกันอีกแล้ว ครั้งนี้เราเอาคอนเท้นต์ของถูกและดีกลับมาฝากกันอีกแล้วค่า จะว่าไปไม่ได้อัพเดท รองพื้นใน7-11 มาสักพักแล้ว ซึ่งก็มีของใหม่น่าสนใจออกมาเยอะมาก วันนี้เราเลยหยิบ3ตัวเด็ด ที่เตะตาเรา มาbattle กันซะเลย มาดูกันค่ะ ว่าตัวไหนจะปัง ตัวไหนบ้ง หวังว่าจะเป็นประโยชน์น้า ยังไงถ้าพร้อมแล้วก็ มาเริ่มกันเลยค่ะ

ตัวแรก inn beauty bb filler matte

เป็นบีบี เนื้อเข้มข้น สีโทนเหลืองดี ปกปิกปานกลาง-สูง เราว่าใช้เป็นรองพื้นได้เลยนะ มีผสมบำรุงด้วย

ซึ่งส่วนตัวเรารู้สึกว่า เหมาะกับคนที่มีรอย มีปัญหาผิวเยอะๆแล้วต้องการความปกปิด

เขาช่วยทำให้ผิวดูเนียน ฟินิชผิวพอเซ็ตตัวดีแล้วก็คือแมทดีเลยค่ะ คนผิวมันน่าจะเลิฟ

ต่อมาเป็น nami makeup pro bb wet to powder หรือ BBซองดำ สาวๆหลายๆคนน่าจะรู้จักน้องคนนี้ดี เพราะเป็น bb cream ถูกและดีในตำนาน ซึ่งส่วนตัวเราก็เคยใช้สูตรเก่าค่ะ แล้วก็ชอบอยู่แล้ว แต่เห็นล่าสุดเขาออกสูตรใหม่มา ก็เลยเอามาลองดู ซึ่งสูตรนี้เขาได้ปรับให้ปกปิดขึ้น คุมมันมากขึ้น และเพิ่ม spf40 pa+++ ปกป้องผิวจากรังสี uva/uvb และเพิ่มเฉดใหม่ให้เข้ากับสาวไทยมากขึ้นด้วย สำหรับสีใหม่จะมีเบอร์02 natural beige ที่เราใช้ กับ03 almond beige สำหรับผิวเข้มค่ะ 

คงมีคนสงสัยว่าเขาต่างกันยังไง เดี๋ยวเราขอหยิบสูตรเก่ามาเทียบให้ดูนะ

เริ่มจากเนื้อสัมผัสก่อนเลยค่ะ

สูตรเก่าสีค่อนข้างสว่าง และจะมีความตึ๊บ ดูหนากว่า

สูตรใหม่ ปรับสีให้มีความเหลืองมากขึ้น เนื้อเหลวเป็นน้ำมากขึ้น

เรามาทาลงผิวให้ดูนะคะ ยิ่งตอนป้ายลงผิวคือเห็นชัดมากเลย

สูตรเก่าจะมีความเนื้อแน่น ดูข้นๆ ส่วนสูตรใหม่จะดูเป็นน้ำ มีความบางเบา เกลี่ยง่ายกว่าเดิมมากขึ้น

อันนี้เป็นฟินิชผิวที่ได้หลังจากบีบีเซ็ตตัวค่ะ

สำหรับบีบีตัวนี้ เขาจะเซ็ตตัวเป็นแป้ง แต่ว่า

จากที่ลองทั้งสองสูตร เราได้เห็นความต่างอย่างชัดเจนว่า 

สูตรเก่าเซ็ตตัวแล้วจะยังมีความฉ่ำวาวส่วนสูตรใหม่ ที่เขาบอกว่าปรับสูตรให้คุมมันกว่าเดิม

ก็คือเซ็ตตัวได้แมทกว่าจริงๆ แต่ยังดูเป็นงานผิวธรรมชาติ ผิวดูเนียนสม่ำเสมอ ไร้ความมัน ปกปิดดีกว่าเดิม อำพรางรอยแดงได้ดี แต่เนื้อมีความสบายผิวขึ้นกว่ามาก และยังคงความชุ่มชื้นไม่เหนอะหนะผิว แถมเรื่องของสี มีความพอดีผิวมากขึ้นด้วยค่ะ

และตัวสุดท้าย jujune dongbaek dd cream 

สำหรับตัวนี้ เขาเป็น ดีดีครีม เนื้อมูสค่ะ เนื้อค่อนข้างบางเบาที่สุด ถ้าเทียบกับสองตัวแรกที่พูดถึงไป ตัวนี้พอเกลี่ยแล้ว แตกตัวเป็นน้ำ แล้วกลืนกับผิวไปเลย สำหรับเรารู้สึกว่าปกปิดได้ เบา-ปานกลาง เหมาะกับคนที่ไม่มีปัญหาผิวมาก ต้องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ได้งานผิวที่ดูเกาหลีๆ

แปะเทียบฟินิชผิวที่ได้ทั้ง3ตัวค่ะ เรียง

jujune – innbeauty – nami

และงานผิวแบบfinished lookที่แต่งหน้าเสร็จแล้วนะคะ 

ขอมาสรุปแบบสั้นๆเลย ส่วนตัวเราผิวผสม มันช่วงt-zone

ถ้าให้โหวตตัวที่ชอบสุด ส่วนตัวเราชอบ BBซองดำ ของ nami นะ รู้สึกตอบโจทย์ที่สุด เขาเซ็ตตัวเป็นแป้ง ให้งานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแห้งเกินไป ระหว่างวันไม่หนึบผิว ใช้แล้วสบายผิว แต่ให้การปกปิดที่ค่อนข้างดี มีเฉดสีเยอะ สีตรงผิวที่สุด คุมมันติดทน กันเหงื่อดีมากๆ ใช้ไปออกกำลังกายกลับมา ไม่เป็นคราบ หน้ายังเนียน เป๊ะอยู่ เป็นรองพื้นซอง 7-11 ถูกและดีที่อยากเชียร์จริงๆค่ะ

สำหรับวันนี้ก็มารีวิวประมาณนี้นะคะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการช่วยตัดสินใจเลือกซื้อนะคะ

หากใครมีตัวไหนที่ชอบ ก็เอามาแชร์กันได้น้า

เผื่อเราจะลองไปสอยตามบ้างงับ

สำหรับวันนี้ขอบคุณทุกคนที่เข้ามารับชมค่ะ

ถ้าชอบฝากกดlike/shared เป็นกำลังใจให้กันด้วยน้า 

ไว้พบกันใหม่กระทู้หน้าค่า บะบาย~

รีวิว Dear Klairs Freshly Juiced Vitamin Drop สกินแคร์ตัวโปรดของสาวเกา!

สวัสดีค่าทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้ว เนื่องจากช่วงนี้ผิวเราค่อนข้างอ่อนล้า หมองโทรม จากการพักผ่อนน้อยทำงานหนัก เราเลยมีการปรับเปลี่ยนสกินแคร์ หันมาใช้พวกvitc มากขึ้น ซึ่งเกริ่นก่อนว่าปกติผิวเราไม่ถูกกับอะไรพวกนี้เลย ใช้แล้วจะระคายเคืองง่าย แสบผิว แต่ล่าสุดใช้ตัวนึง แล้วชอบมาก ไม่คิดว่าจะได้ผลดีกับตัวเองขนาดนี้ คือเห็นจากรีวิวเลยลองสอยมา เป็นสกินแคร์ของเกาหลี 

เป็นของอันนี้เลย Dear Klairs freshly Juiced Vitamin Drop เอสเซนส์วิตามินซีบริสุทธิ์เข้มข้น ด้วยส่วนผสมหลักของ กรด L-ASCORBIC 5% และสารสกัดจากใบบัวบก เขาเป็นอารมณ์แบบวิตามิน บำรุงผิว เน้นลดพวกรอยสิว ฟ้ากระจุดด่างดำ ผลัดเซลล์ผิวให้ผิวกระจ่างใส สม่ำเสมอไรงี้ 

บอกเลยว่าถูกใจตั้งแต่แพ็กเก็จจิ้ง มีความminimal คลีนดีมากก

ด้านหลังจะเป็นภาษาเกาหลีล้วนๆเลยจ้า

applicatorจะเป็นหัวดรอปอย่างงี้เลย ซึ่งเราชอบมาก มันจะควรคุมปริมาณการใช้งานได้ง่ายดี

ส่วนตัวเราใช้ประมาน 1-2 หยดนะ

  มาต่อกันที่ texture คือเป็นเอสเซนส์เนื้อออยล์เลย มีความเข้มข้นมากๆ แต่ซึมไวจนงง 

สิ่งที่สัมผัสตอนทาได้เลยคือ มันมีความอุ่นๆ แอบตกใจเหมือนกัน ด้วยความที่เราไม่ค่อยใช้วิตซีเลยไม่ค่อยชิน แต่มันไม่อันตรายนะ เป็นฟีลที่ดีเลยทีเดียว พอหยดลงผิวแล้ว ทิ้งไว้ซักแปปคือเขาซึมหายไปเลย ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้ที่ผิว เริ่ด!

ให้ดูผิวชัดๆหลังการใช้มาเกือบ2อาทิตย์ ผิวฟู ใสขึ้นมากกก ดูผิวสุขภาพดีสุดๆอะ โอ้ยยย

ซูมชัดๆไปเลยจ้า ผิวละเอียดขึ้นมาก ฮืออ เหมือนกลับมาเป็นผิวเด็กอีกครั้ง ประทับใจอะ 

ก็นี่แหละทุกคน ขอยกให้เป็นสกินแคร์กู้ผิวโทรมอันดับ1ในตอนนี้เลย มันเวิร์คมาก ที่สำคัญคือเขาอ่อนโยน ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ มีส่วนของ vitc แต่ไม่กัดผิวเลย ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ใครสนใจก็ลองดูได้นะ

ราคา 790฿ เราได้มาจากร้าน @shugarshopใน twitter แต่ eveandboy ก็มีขายแล้วนะ

หรือถ้าเพื่อนๆคนไหนอยู่แถวเซนลาด เขามีที่ KIS Beauty Store ด้วย ยังไงลองไปดูกันนะ  

สำหรับวันนี้เรามีรีวิวเพียงเท่านี้นะคะ หวังว่ากระทู้นี้จะพอเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆที่กำลังตัดสินใจซื้อสกินแคร์ดีๆสักตัวอยู่นะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามารับชมค่า แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้านะคะ บะบาย~

รีวิวแป้งพัฟคุมมันหลักร้อย 3ตลับ คัดมาแล้วว่าเด็ด!

สวัสดีค่าทุกคน วันนี้กลับมาพบกับเจเคอีกแแล้ว คอนเท้นต์วันนี้เราจะมาแนะนำแป้งพัฟ ถูกและดี คุมมันขั้นเทพ ในราคาแค่หลักร้อยมาให้เพื่อนๆได้รู้จักกันค่ะ คือบอกก่อนปกติเป็นคนไม่ค่อยทาแป้งเลย เพราะไม่ชอบความรุ้สึกเป็นแป้งๆอยู่บนหน้า และบางทีระหว่างวันตกร่องเป็นคราบ มันดูผิวไม่สวยมากๆ 

เป็นคนถูกโฉลกกับแป้งยากมาก แต่ตัวไหนที่โดนเราคัดมาแล้ว เชื่อได้ว่าเด็ดจริง ไม่งั้นคงไม่หยิบมาใช้เด็ดขาด ซึ่งเราคัดมาทั้งหมด3ตัว ราคาจะอยู่ที่120-690 ไม่เกินนี้แน่นอน ถ้าอยากรู้ว่ามีของอะไรบ้าง ไปกันเลยจ้า!

3ตัวที่คัดมาเป็นแบรนด์ไทย ทั้งหมดเลยไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเดี๋ยวนี้แบรนด์ไทยทำแป้งออกมาดีหลายตัวมากต้องยอมรับ เชื่อว่าเป็นไอเท็มติดกระเป๋าของใครหลายๆคนเลย ส่วนใครที่ยังลังเลว่าจะซื้อดีมั้ย ลองดูรีวิวนี้ประกอบการตัดสินใจน้า^^~

เราจะเรียงจากราคาเบาสุดไปแรงสุดนะ555 มาเริ่มที่ตัวแรกก่อนเลย

อันนี้มาแรงแซงทางโค้งมาก เป็นของSASI แบรนด์น้องของศรีจันทร์

ตัวนี้ใช้มาสักพักละชอบมาก เป็นตลับที่คิดว่าตอบโจทย์คนงบน้อย

เนื้อแป้งเนียนละเอียดมาก ทาแล้วไม่มีความรู้สึกว่ามีแป้งอยู่บนหน้าเลย

ปกปิดได้ในระดับนึง แต่คุมมันดีมาก ใครหน้ามันหายห่วง เคยทาไปออกกำลังกายหลายชม

ไม่มีหลุด ติดทนม้าก ไม่เป็นคราบ ระหว่งวันผิวผ่องสวย ไม่ดรอป เวิรค์มากก คุณภาพเกินราคาเว่อ!

ฟินิชผิวจะประมานนี้จ้า ผิวดีในราคาหลักร้อยปะหล่ะแก โนคอนซีลเลอร์นะจ้ะ เอาไป10ผ่าน!!

ของมิลเล่ ขอหวีดพัฟก่อน คือพัฟนุ่มมากแก นุ่มแบบทำได้ไง ไม่เคยเจอในตลับอื่นอะ 

ละพอพัฟนุ่มคือ เราก็จะมีความสุขในการทาแป้งไง ฟินมากก

เนื้อแป้งเนียนละเอียดมากอันนี้ สังเกตุว่าลงปุ๊ปมีความเนียนไปเลย

MILLE CHARCOAL MATTE COVER PACT SPF25PA+++

ตัวนี้เป็นลูกรักของใครหลายๆคนเลย นี่เลยไปลองสอยบ้าง ปกติจะโดนแป้งตกยากนะ

แต่เข้าใจละทำไมเขาชอบกัน ก็มันดีมากกอะดิ คือเนื้อแป้งเนียนละเอียด พัฟนุ่มมาก ทาแล้วให้ฟินิชแมทสนิท แต่ไม่เค้กกี้ ไม่หนักหน้า ไม่เป็นคราบเลย คุมมันติดทนทั้งวัน นี่ทดสอบมาแล้ว ราคากลางๆ ไม่ถูกไม่แรง แต่คุณภาพอะแกให้10/10ไปเลย ! 


ฟินิชผิวจากแป้งmille คือผิวเนียนกริบ แต่ดูผิวสวยธรรมชาติมาก ฮรืออ

มาที่ตัวสุดท้ายจ้า อันนี้เป็นอีกตัวที่โดนตกแบบไม่รู้ตัว หลังจากส่องรีวิวคนอื่นมานาน

ก้ไปตำมาจนได้ ละคือแกรร มันบับบ เป็นแป้งที่ชั้นนึกว่าของเคาทเตอร์แบรนด์อะ

เนื้อนุ่ม ละเอียดมาก พัฟเป็นผ้านุ่มๆเลย ลงผิวละเนียนกริบ!

เนื้อแป้งมีความกึ่งดินน้ำมันนิดๆอะ ลงผิวละเนียนสุด มันกลืนกับผิวไปเลยเหมือนเป็นผิวเราจริงๆที่ดูดีขึ้น

ฟินิชแมท แต่ยังดูชุ่มชื้นอยู่ ดูไม่แห้งเป็นแป้งๆ อุแงง ชั้นแพ้อะไรแบบนี้555 ความปกปิดถ้าปิดใต้ตาชั้นได้แบบ โนคอนซีลเลอร์ก็ถือว่าสุดละเอาจริง เออ คุมมัน ติดทนดีมากไม่ต้องพูดมากก ราคา690 บาท 

ถ้าถามว่าเหมาะกับใครนี่ว่าเหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวมัน ผิวผสม เป็นสิว แพ้ง่าย

โทนสีของแป้งก็ติดเหลืองดี ส่วนตัวเราใช้เบอร์01นะ 

 

ส่วนตัวชอบความเนียนกรุบของsugarpieมาก คือผิวดูสวยสุขภาพดี บอกไม่ถูก!

สวอชรวมทั้ง3อันนะ สังเกตุว่ามิลเล่จะเหลืองสุด แต่ก็ไม่ได้เหลืองแบบหน้าหมองอะ

เรื่องความติดทนสีเราว่าให้ผ่านทั้งสามแบรนด์ เพราะเขาทำออกมาเข้ากับผิวคนเอเชียมาก

ความปกปิดSUGARPIE>MILLE>SASI

ความเนียนของแป้งเราให้ SUGARPIE>MILLE>SASI 

ความคุมมัน ให้เท่ากันทุกแบรนด์ คุมมันเทพทุกอัน 

ความติดทนก็ติดทนดีทุกอัน เอาจริงๆ ทั้งสามแบรนด์นี้มีข้อดีข้อเสียต่างกันเล็กน้อยมากๆ

เพื่อนๆตัดสินใจเลือกซื้อได้ตาม ความชอบ หรืองบประมาณของตัวเองได้เลย^^

แปะสรุปแบบรูปให้อีกรอบงับ เผื่อใครขี้เกียจอ่านยาวๆXD

 ก็จบแล้วนะคับสำหรับการมารีวิว แป้งของเรา น้อยชิ้นแต่เด็ดทุกตัว 

เพื่อนๆตัดสินใจเลือกซื้อได้ตาม ความชอบ หรืองบประมาณที่มีอยู่ได้เลยน้า

ก็หวังว่ากระทู้นี้จะพอเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะงับ สำหรับวันนี้เราต้องขอตัวไปก่อนแล้ว 

แล้วเจอกันกระทู้หน้าค่า บะบาย~

MIZUMI ONE-DROP POWER SERUM:1หยด ทรงพลัง!|SONGJE

สวัสดีค่าทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้ว วันนี้เราก็มีไอเท็มที่น่าสนใจ มารีวิวให้ชมกัน

เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์ MIZUMI ปกติเราใช้พวกคลีนซิ่งของเขาอยู่แล้ว แบรนด์นี้เขาทำมาสำหรับผิวแพ้ง่ายเลยนะ ผลิตภัณฑ์ทุกตัวของจะไม่มีพวก น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน ปลอดภัย สบายใจได้ และล่าสุด เขาออกเป็นตัวเซรั่มมา ส่วนผสมอันแน่น! น่าสนใจมากๆ

MizuMi One-Drop Power Serum มีทั้งหมด2 สูตร

1.MizuMi One-Drop Power Hydrate Serum เซรั่มไฮยาเข้มข้น มีส่วนผสมของhyaluronic acid12.5% 3โมเลกุล เน้นเติมน้ำ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวแบบครบวงจร มีceramide สร้างเกราะป้องกันผิว ไม่ไวต่อสารกระตุ้น และ ปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคือง ให้ผิวแข็งแรง อิ่มฟู

2.MizuMi One-Drop Power White Serum เซรั่มเปปไทด์เข้มข้น มีส่วนผสมของtretapeptide ลดรอยแดง รอยดำ จากสิว มี สารสกัดจากเปลือกส้มแมนดารินปรับสีผิวให้กระจ่างใสสม่ำเสมอ และGo-VC วิตามินซีเข้มข้น ปรับสีผิวให้แลดูเปล่งประกาย

ทั้ง 2 สูตร ปกป้องผิวจากมลภาวะ และ PM2.5 ปราศจากแอลฯ น้ำมัน น้ำหอม พาราเบน และสี -Glycofilm 3% เคลือบผิว เพื่อลดการเกาะตัวของ PM2.5
-Anti-oxidant จากสารสกัดธรรมชาติ 9 ชนิด ช่วยดักกรองอนุมูลอิสระ จากสภาวะอากาศ

ความต่างตัวของเนื้อ hydrate จะมีสีขุ่นนิดนึง ส่วนสูตรwhiteจะเป็นสีใสๆ ทั้งสองตัว เป็นเซรั่มที่มีความเข้มข้น แต่พอลงผิวแล้ว ซึมเนียนไปกับผิว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้ที่ผิวเลย

รีวิวแค่นี้คงไม่เห็นภาพ ทางเราได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ มาอาทิตย์กว่าๆ แล้ว เราก็มีภาพเปรียบเทียบ ก่อนใช้กับหลังใช้ให้ทุกคนเห็นความแตกต่างกันนะ

อันนีคือผิวก่อนใช้เซรั่มของเราเอง เนื่องจากทำงานหนัก นอนดึก ผิวมีความอ่อนล้า โทรม ดูหมอง ไม่สดชื่นเอามากๆเลย

และนี่คือผลลัพย์ หลังใช้1อาทิตย์กว่าๆ สังเกตุได้ว่า ผิวแลดูกระจ่างใส เปล่งปลั่ง อิ่มฟูขึ้นมากๆเลย

นี่คือหน้าสดของเราเองค่ะ เดี๋ยวมาสรุปกันเลยดีกว่า ว่ารู้สึกยังไงกับเซรั่มตัวนี้บ้าง

ส่วนตัวเราใช้คู่กันสองสูตรนะ รู้สึกว่ามันค่อนข้างตอบโจทย์ผิวเรามากๆ เดิมเป็นผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่ายมาก และ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ดูหมองโทรม แต่หลังใช้เจ้าเซรั่ม ผิวดูสดชื่นเปล่งปลั่งขึ้นมากๆ ที่สำคัญคือรู้สึกได้ว่าผิวแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยแพ้ ระคายเคืองง่ายด้วย เลิฟมากๆเลย

หากใครสนใจเซรั่มmizumi เขามีขายแล้วน้า มีโปรเปิดตัสราคาน่ารัก แค่ 445.- จากปกติ 890.- (ขนาด 25ml) พร้อมสอยกันได้แล้วที่ watson,tops

และทางออนไลน์ www.mizumithailand.com

Line: @mizumi

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะ หากใครชอบอย่าลืมกดlike/sharedให้ทางเราด้วยน้า แล้วมาเจอกันใหม่กระทู้หน้าค่า บะบาย^^~

ติดตามเราช่องทางอื่นๆได้ที่นี่เลย

IG_SONGJE_S

TWITTER:SONGJE_S

FB:SONGJE_BEAUTE

รีวิวลิปมันสไตล์ติ่งเกาหลี

สวัสดีค่าทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้ว วันนี้เราก็มีไอเท็มเด็ดๆมาบอกต่อกันอีกแล้วจ้า คือเนื่องจากช่วงนี้ที่บ้านเราอากาศค่อนข้างแห้ง ปัญหากวนใจก็ตามมาทันทีคือปากแห้งมาก พังมาก ทาลิปอะไรก็ไม่สวย

เลยนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนเราใช้อันนี้ เลยไปหารีวิวมา มันคือสิ่งนี้จ้า


Vaseline® Lip Therapy®rosy lips
วาสลีน ลิป เทอราพี โรซี่ ลิป
ก็คือได้ยินชื่อเสียงเรียงนามเขามาสักพักแล้ว คือเพื่อนสนิทใช้ นางบอกชอบมาก เป็นลิปมันที่ต้องพกติดตลอด ทางนี้เลยไปรีเสริจมาจ้า ดูรีวิวไปมาเจอว่าเพื่อนติ่งนางโพสว่าพี่มารค์GOT7 ก็ใช้ตัวนี้ กรี้ดดด ทางนี้วิ่งออกไปซื้อเลยจ้า รอไรหล่ะ!

อะไหนๆก็ไหนๆละ ทางนี้ลองใช้เรียบร้อย เดี๋ยวขอมารีวิวกันหน่อยว่ามันอะไรยังไง

นี่จ้าบอกเลย ว่าการตลาดทำไรชั้นไม่ได้จริงจริ๊งงง สอยตามมาเรียบร้อย5555 หน้าตาเขาเป็นแบบนี้เลย เป็นกระปุก เวลาใช้ก็หาคัดตอนบัดจุ้มเอานะ จะได้สะอาดนิดนึง

ด้วยความที่เขาเป็นปิโตรเลียมเจลลี่แท้ และมีน้ำมันสกัดจากอัลมอนต์ ช่วยปกป้องดูแลริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มน่าจุ๊บช่วยบำรุงให้ริมฝีปากเนียนนุ่มชุ่มชื้นยาวนานตลอดวัน

เนื้อเขาค่อนข้างเข้มข้นเลย เวลาใช้ไม่ต้องใช้เยอะมากนะ แค่นิดเดียวก็ชุ่มทั่วปากแล้ว

และนี่คือสภาพปากสดๆของทางเรา ก่อนบำรุง คือมีความเยินมาก แห้งสุดไรสุ

หลังบำรุงจ้า คือปากดูสุขภาพดีขึ้นมาล้านสเต๊ป  โบกไวคืนเดียวรู้เรื่องเลย เนื้อเขาให้ความชุ่มชื้นได้ดีจริงๆ  จากปากแห้งๆและด้วยความที่เขามีสีอมแดงนิดๆ ทำให้ปากดูอมชมพู สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

สรุปก็คือเป็นลิปมัน บำรุงปากที่ถูกและดีจริงๆ สามารถกอบกู้ริมฝีปากเราให้กลับมาเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ใครที่มีปัญหาปากแห้งมากๆ ใช้ตัวไหนก็เอาไม่อยู่ ลองดูตัวนี้ดูนะ ราคาไม่แรงด้วย

รู้ละทำไมพี่มารค์ถึงใช้ตัวนี้ใช้ดีจริงไม่ติงนัง รีบไปจัดเลยจ้า ก่อนของจะหมดเด้ออออ

ขนาด7 g.159.เท่าน้าน!!!

อยากมีปากสุขภาพดีแบบพี่มารคื อย่าลืมไปหามาลองใช้กันนะ ใครสนใจสามารถหาซื้อได้ตาม TOPS WATSON EVEANDBOY BEAUTRIUM และห้ามสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปเลยนะ

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆน้า สำหรับวันนี้เราต้องขอตัวลาก่อนแล้วจ้า

ใครชอบอย่าลืมกดlike/sharedให้ด้วยน้า แล้วอยากให้ทำรีวิวอะไร หรืออยากรู้อะไร มาพูดคุยกันได้ตามช่องทางนี้เลย จ้า ไปจริงๆล้า บะบาย~

วันนี้มาโชว์หน้าสด ล้างหน้าด้วยโคลน!

สวัสดีค่ะทุกคนน กลับมาพบกับอีกแล้ว
วันนี้เรามีไอเท็มใหม่จะมานำเสนอ ไหนใครมีปัญหาผิวอุดตัน เกิดสิวบ่อยๆบ้าง นั่นอาจเป็นเดราะว่าเราล้างหน้ากันไม่สะอาดนั้นเอง นั่นก็เป็นเพราะโฟมที่ใช้ไม่สามารถทพความสะอาดได้หมดจด และวันนี้เราก็เลยมีโฟมตัวเด็ดมาแนะนำก็คือออ พอนส์ด มิเนรัล เคลย์

pond

ตัวนี้เลยย ซึ่งน้องเขาเป็นโฟมเนื้อโคลนน อะงงใช่มะ คือนางเป็นโฟมที่มีส่วนผสมของโคลนจากธรรมชาติซึ่งจะช่วยดูดสิ่งสกปรก ที่ทำให้ผิวเราอุดตันต่างๆออกได้หมดจดนั่นเอง ถ้าถามว่าต่างจากโฟมธรรมดายังไง ต่างแน่นอน ตรงที่โฟมธรรมดาเขาก็ล้างออกได้แค่ผิวส่วนนอก แต่ไม่ได้ลึกลงไปถึงรูขุมขนเรา อะ ถ้าไม่เชื่อ เดี๋ยวเราจะมาใช้ให้ทุกคนดูกัน!

ponnนี่ก็เป็นหน้าตาของน้องเขา เหมือนโคลนเลยหล่ะ อาจจะไม่ได้ดูดีเท่าไหร่ แต่ประสิทธิภาพคือล้ำ!

ponnd

อะนี่ก็คือเมคอัพของเราในวันนี้ มีความแน่นอยู่เหมือนกันนะ เดี๋ยวเรามาลองล้างกันเลยว่าจะออกหมดมั้ย!

นี่นะ วิธีของเขาก็ต่างจากโฟมธรรดาแน่นอนตรงที่ เราสามารถนวดวนๆลงไปได้เลย นวดวนไปสัก2รอบ ให้โคลนละลายเมคอัพได้หมด จากนั้นก็แค่พรมน้ำนิดหน่อยให้เกิดฟอง แล้วก็ล้างน้ำต่อเลยจ้า
พอน

นี่นะจ้ะ ล้างเสร็จแล้ว เปรียบเทียบชัดๆไปเลยว่า
น้องเขาล้างออกสะอาดหมดจนจริงๆ เห็นผิวสดๆไปเลย มีความสิวโผล่ สดกว่านี่ก็คงไม่มีแล้ว

พอนนนน

  • นี่นะคะ ก็เป็นผิวที่ได้จากการล้างหน้าด้วย พอส์ด เคลย์ โฟม เราได้มาพิสูจน์แล่วว่า เห้ยย เขาล้างออกสะอาดหมดจริงๆ แม้เมคอัพกันน้ำก็ยังไม่รอดมือพี่เขาเลยจ้า นอกจากนี้เขายังช่วยให้ผิวสะอาด กระจ่างใส และที่สัมผัสได้อีกอย่างคือ หลังล้างหน้าผิวไม่เอี๊ยดเลยเด้อออ ปกติถ้าเป็นโคลนผิวจะมีความแห้งๆหน่อยใช่มะ แต่อันนี้ไม่เป็นจ้า

    อะจบละ ยาวเหลือเกิน555 ก็อย่าลืมไปหามาลองใช้กันน้า สามารถหาซื้อได้ตาม watson,tops
    ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปนะ  สำหรับวันนี้เราก็มารีวิวให้ดูเพียงเท่านี้น้า ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้า บะบาย^^~

 

แนะนำSkincareกู้ผิวพัง!!!

ภาพใหม่ รีวิวรูทีน_180912_0008

สวัสดีค่าทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้ว หลังจากทีห่างหายไปนาน วันนี้เราจะมาอัพเดทสกินแคร์ที่ใช้กู้ผิวหน้า ของเราให้ชมกัน มีหลายคนถามกันเข้ามาเยอะมากว่าเราใช้อะไรบ้าง วันนี้เลยมาบอกตัวที่ใช้หลักๆนะ ก่อนอื่นบอกเลยว่าช่วงนี้มีทั้ง งาน อะไรหลายๆอย่างรุมเร้ามากเว่อ ละก็เกิดภาวะเครียดต่างๆ ทำให้ผิดเราค่อนข้างแย่ ทั้งสิวขึ้น ผิวไม่เนียน บลาๆๆ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำสกินแคร์ที่ใช้กู้ผิวพังกัน ส่วนใหญ่จะราคากลางๆต่อชิ้น  อะถ้าพร้อมแล้วก็ ไปเริ่มกันเลย

ภาพใหม่ รีวิวรูทีน_180912_0007

ก่อนสิ่งอื่นใดเลย หลังอาบน้ำล้างหน้าเสร็จ เราจะเช็ดโทนเนอร์ก่อนลงสกินแคร์ เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิว ให้ผิวพร้อมรับสกินแคร์ขั้นต่อไป ตัวที่เราชอบใช้ก็คือของ mamode rose toner เป็นโทนเนอร์กุหลาบ

นอกจากจะช่วยให้ผิวสะอาดแล้ว ตัวนี้จะช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใสด้วย ชอบมากก ให้10/10ไปเลย

พิกัด:เคาท์เตอร์mamonde

ภาพใหม่ รีวิวรูทีน_180912_0006

ตัวต่อมาที่เราจะลง คือตัวนี้เลย sewa insam essence ตัวนี้จะเป็นสกินแคร์ตัวแรก เราจะบำรุงสิ่งนี้ก่อนเลย เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับรับสกินแคร์ตัวอื่นๆ เหมือนเป็นการเปิดผิวนั่นเอง เอสเซ้นส์ตัวนี้จะมีสารสกัดจากสมุนไพรและดอกไม้ต่างๆ หลักๆเลยคือสนเข็มแดง จะช่วยเรื่องรูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียน อิ่มน้ำ นางจะมีกลิ่นของสมุนไพรชัดมาก ซึ่งทางเราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องผลลัพย์ก็คือให้8/10(หักคะแนนตรงกลิ่น)

อันนี้เป็นขนาด30ml ราคา399บาท เท่านั้นเอง

พิกัด:IG sewathailand

 

ภาพใหม่ รีวิวรูทีน_180912_0005

ตัวต่อมาที่เราจะลงเป็น innisfree bijacica essence ตัวนี้เป็นเอสเซ้นส์เนื้อน้ำนม จะช่วยเรื่องสร้างเกราะป้องกันผิว ให้ผิวแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดการเกิดสิว ซึ่งเราใช้ละก็สิวน้อยลง แนะนำมากๆสำหรับใครที่มีปัญหาสิว ลองใช้ตัวนี้ดู เวิรค์มากจิง ราคา1060ให้9/10 หักตรงราคาแรงไปนิด แต่คุ้มค่าพูดเลย

พิกัด:ช้อปinnisfreeทุกสาขา

ภาพใหม่ รีวิวรูทีน_180912_0004

ขั้นตอนต่อมา เราจะลงเป็นเซรั่มของ mille ตัวnatural green3+ ตัวนี้เราแนะนำมากสำหรับใครที่เป็นนักศึกษาละอยากหาสกินแคร์ราคาไม่แรงใช้ แนะนำตัวนี้เลย หลักๆคือช่วยทั้งเรื่องผิวชุ่มชื้น ผิวกระจ่างใส และลดรอยแดงจากสิวด้วย ให้9/10

พิกัด:เคาท์เตอร์มิลเล่ทุกสาขา,eveandboy,beautrium

ภาพใหม่ รีวิวรูทีน_180912_0003

ต่อมา เราก็จะลงเปนครีมตัวนี้เลย hanyul pure artemisia ตัวนี้เป็นครีมเนื้อเจล มีความเข้มข้น แต่ซึมง่าย ตัวนี้หลักๆจะช่วยเรื่องผิวเป็นสิวนี่แหละ คือนางมีส่วผสมจากสมุนไพร จะช่วยบรรเทาการเกิดสิวและยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย ตัวนี้จะเหมาะกับผิวผสม-ผิวมันนะ ช่วงนี้คือใช้ตัวนี้บ่อยมาก นางช่วยเรื่องบรรเทาผิวได้ดีเลย ราคา7-8ร้อย บอกเลยว่าตัวนี้คุ้มค่าคุ้มราคาให้10/10

พิกัด:aritaumที่เกาหลี

ภาพใหม่ รีวิวรูทีน_180912_0002

ตัวสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เป็นสลีปปิ้งมาสก์จาก mamonde สูตร energy primrose ตัวนี้จะเหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย เนื้อมาสก์ฉ่ำมาก มีเม็ดบีดท์ผสมยุด้วย ซึ่งนั่นเป็นตัวเหมือนวิตามิน ช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใส โดยรวมตัวนี้คือช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ดูเฟรชนั่นเอง วันไหนโทรมๆ แบบผิวไม่ไหวแล้ว เราก็จะโบกตัวนี้หนาๆก่อนนอนเลย แต่ก็ไม่เหนียวเหนอะหนะผิวนะ ตื่นมาผิวเฟรชสุด! ราคา900 ให้10/10

พิกัด:เคาท์เตอร์mamonde

ภาพใหม่ รีวิวรูทีน_180912_0001

ตัวสุดท้าย เป็นinnisfree bija cica balm ตัวนี้เป็นบาล์ม เราลงขั้นตอนสุดท้ายเลย เหมือนเป็นการปิดผิวสำหรับสกินแคร์ คือตัวนี้ก็จะช่วยเรื่องสิวนี่แหละ ถ้ารู้สึกว่ากำลังจะเป็นสิว ให้โบกตัวนี้ดักไว้ก่อนเลย นางจะช่วยลดการเกิดสิว หรือถ้าใครเป็นสิวอยู่ ก็สามารถใช้ตัวนี้ได้เช่นกัน นางจะช่วยลดการอักเสบของสิวด้วย และช่วยบำรุงให้ผิวแข็งแรง ปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆที่ทำให้ก่อเกิดสิวนั่นเอง ตัวนี้ราคา860บาท

ราคาแรงหน่อยแค่คุณภาพเอาเรื่อง!ให้10/10

พิกัด:ช้อปinnisfreeทุกสาขา

 

me

และนี่นะคะก็คือทั้งหมดทั้งมวล ของสกินแคร์ที่เราใช้กู้ผิวหน้า ก็หวังว่ากระทู้นี้จะพอเป็นประโยชน์สำหรับเพือ่นๆไม่มากก็น้อยนะคะ ก็อยากให้ไปลองด้วยตัวเองก่อนว่าแพ้มั้ยอะไรยังไง ไม่ได้จะบอกให้ซื้อตามทุกอย่าง ก็ดูที่เข้ากับสภาพผิวของตนเอง ดูงบประมานที่ไหว อันนี้เราแค่มาแนะนำในส่วนของเราว่าเราใช้ละมันเป็นยังไง  ก็เอาไว้เป็นทางเลือกให้ใครที่กำลังหาสกินแคร์สำหรับผิวหน้าของตัวเองอยู่ ถ้าใครสนใจตัวไหนก็ลองไปเล่น ไปลองกันก่อน หรือซื้อsampleมาลองงี้ ก่อนก็ได้นะ

ก็สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อนแล้วนะคะ ไว้พบกันใหม่กระทู้หน้าน้า บะบาย~

 

Review:แป้งฝุ่นเจ้านาง(Diamond Translucent Powder)

 

เฮโหลล สวัสดีค่ะทุกคนน กลับมาพบกันอีกแล้ว วันนี้เราก็มีไอเท็มถูกและดีจะมาแนะนำกัน ก็คือ ตัวนี้เลย

bgg

Choanang Diamond Translucent Loose Powder

ตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ที่อนูแป้งละเอียดมาก ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว

และยังรับผิวให้ดูนวลเนียน กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยควบคุมความมันได้ตลอดวัน นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่าง Hyaluronic Acid ไม่ทำให้ลงแป้งแล้วผิวแห้งเลย สามารถใช้ได้ทุกโทนสีผิวจ้า

DSC08995-tile

ในส่วนของแพ็กเก็จจิ้ง เป็นกล่องกระดาษ ลายดอกไม้ มีความสวยงามอย่างไทย

พอเปิดออกมาจะพบกับ ตัวแป้งฝุ่นแบบนี้เลย

DSC09001-tile

ตัวตลับแป้ง ขนาดกะทัดรัด ไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกินไป พกพาสะดวก

1

ตัวแป้งมาพร้อมพัฟ มีลายกรีนชื่อแบรนด์

2

ตัวแป้งด้านในจะเป็นแบบนี้เลย เป็นรูๆ สามารถเทกะปริมาณได้ง่าย ไม่ออกมาเยอะจนเกินไป

collage

ในส่วนของพัฟนั้น เป็นพัฟผ้ากำมะหยี่ มีความนุ่ม ไม่บาดหน้าเลย ชอบมาก

collage2

เนื้อแป้งมีความละเอียดมาก พอทาลงบนผิว จะเนียน กลืนไปกับผิวเลย

collage9

มาลองทาบนผิวบ้าง จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ทาแล้ว ผิวจะดูนวล แมทไปกับผิวเลย

เดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอก ทดสอบความคุมมันให้ดูว่า มันคุมมันดีมั้ย ยังไงนะ แล้วกลับมาพบกันจ้า

 

8ชมผ่านไป….

 

 

6

เฮโหล กลับมาแล้วจ้า ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเวลาแบบ18:00แล้ว ซึ่งเราแต่งหน้าตั้งแต่ประมาน10โมง ละระหว่างวันไม่ได้ซับหน้า เติมแป้งเลยนะ

10

สังเกตุได้ว่าผิวบริเวณหน้าแก้มและจมูกจะมีความมันออกมา แต่ก็ไม่ได้ดูเยิ้ม หรือหน้าเกลียจอะไร

สำหรับเราถือว่าคุมมัน ติดทน ดีเลย นี่ว่าเหมาะมากกับใครที่ต้องใช้ชีวิตนานๆ อย่างน้องๆนักศึกษา ที่ต้องออกไปเรียนตั้งแต่เช้าถึงเย็น และต้องการแป้งฝุ่นที่คุมมัน ติดทนยาวนาน ตัวนี้ตอบโจทย์เลย

ราคาแค่กระปุกละ319บาท เท่านั้นเอง!!

8

 

ก็จบแล้วนะคะ สำหรับรีวิวในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยน้า^^

สำหรับใครที่สนใจแป้งฝุ่นเจ้านางตัวนี้ สามารถหาซื้อได้ที่ fb:chaonangtailand,eveandboy,topsเลยนะค้า สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อนแล้วค่า แล้วพบกันใหม่กระทู้หน้าน้า บะบาย~

Review:Snowgirl Squalane & Plankton Booster

สวัสดีค่าเพื่อนๆ กลับมาพบกับเราอีกแล้ว

เนี่ยคือช่วงนี้แบบงานยุ่งมาก นอนน้อยเว่อร์ ก็เลยต้องหาตัวช่วยซะหน่อย

วันก่อน เดินเข้าเซเว่น ไปเจอครีมซองตัวนึงน่าสนใจดี เลยซื้อมาลอง

คือตัวนี้เลย

IMG_9877

Snowgirl Squalane & Plankton Booster

นางเป็นเซรั่มแพลงก์ตอนบูสเตอร์

มีแพลงตอนผสมถึง99.8% คือเยอะมากๆ และอย่างที่หลายๆคนรู้ดีอยู่แล้วว่า

แพลงตอนช่วยเรื่องบำรุง ฟื้นฟูผิวให้ผิวแข็งแรง สดใส เปล่งปลั่ง

IMG_9863

และความที่เป็นบูสเตอร์เนื้อเจล คือนางสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวเลย  ทีเด็ดของตัวนี้เลย คือ

นางมีสารสกัดแพลงก์ตอนจากทะเลน้ำลึกและสควาเลน ที่ช่วยบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวใสยาวนาน พร้อมเทคโนโลยี Water Bomb ที่โอบอุ้มน้ำในโมเลกุล คืนความชุ่มชื้นยาวนานตลอดวัน

 

DSC07500 

มาทากันเล้ยย ที่เห็นชัดเลยคือ ผิวดูชุ่มชื้นทันทีหลังจากที่ทา

ส่วนวิธีใช้คือ บำรุงได้ทั้งเช้า-เย็น หลังล้างหน้าค่า

หรือใครจะใช้เฉพาะช่วง ก็ได้เหมือนกันน้า

IMG_9884

แต่ส่วนตัวเราชอบบำรุงช่วงก่อนนอนที่สุด

เพราะจะเป็นเวลาที่สกินแคร์เข้าไปบำรุงฟื้นฟูผิวของเราได้ดีค่ะ

ส่วนตัวเซรั่ม ด้วยความที่เป็นเนื้อเจล คือซึมไวมาก แค่นวดวนๆแป๊ปเดียวก็ซึมแล้วค่ะ

ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหน่ะ น่ารำคาญให้เราแน่นอน!

DSC07550

ส่วนในตอนเช้าก็สามารถลงก่อนแต่งหน้าได้ด้วย เพราะนางช่วยให้เมคอัพติดทนด้วยน้า

เนี่ย บำรุงแค่นี้เอง เราก็ได้ผิวสดใสพร้อมรับวันใหม่แล้วค่า

DSC07520

มาสรุปกันเลยดีกว่า สำหรับเซรั่มตัวนี้เนี่ย เราชอบมากนะ

หลังใช้คือรู้สึกเลยว่าผิวดูเรียบเนียน สดใส ดูอิ่มน้ำขึ้น  เหมาะมากกับช่วงนี้ที่มีเวลาพักผ่อนน้อย

วันไหนรู้สึกอยากบำรุงหนักเป็นพิเศษ ก็โบกหนาๆแล้วนอนเลย ที่สำคัญคือนางอ่อนโยนเด้อ เราไม่แพ้!คือดีใจมาก ปกติแพ้ง่าย แต่ไม่แพ้ตัวนี้นะ^^ และด้วยความที่เป็นซองมีฝาปิด พกพาสะดวกมาก ไม่ต้องกลัวจะไหล เลอะกระเป๋าเลย เหมาะมากเวลาเดินทางไรงี้ แล้วลืมพกสกินแคร์

สามารถวิ่งเข้า7-11 ไปซื้อได้เลย ราคาน่ารักด้วย

แค่ซองละ39บาท ซื้อหลายๆซองก็ไม่เสียดายตังค์ค่ะ!

IMG_9874

ก็จบแล้วน้า สำหรับการรีวิวในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่กำลังดูๆครีมซองกันอยู่นะคะ ใครเคยใช้ตัวนี้ แล้วเป็นยังไง คอมเม้นมาพูดคุยกันได้นะ

สำหรับวันนี้เราต้องขอตัวไปก่อนแล้ว แล้วพบกันใหม่กระทู้หน้า บะบายค่า~